โตโยต้า อัลติส รุ่นย่อยใหม่‘1.8 S’ เฉียบคม-หรูหรา

หลังออกมาวาดลวดลายบนถนนเมืองไทยมาพักใหญ่‘โตโยต้า อัลติส’ เก๋งยอดนิยมทั้งรถบ้านและรถสาธารณะ เนื่องจากรูปทรงออกแบบได้โดนใจ ดูสปอร์ตมากขึ้นกว่ารุ่นเก่า และเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โตโยต้า จึงเพิ่มทางเลือกใหม่ คือ‘1.8 S’ เป็นรุ่นแรกระหว่าง‘ESPORT’และ‘ESPORT OPTION’ ส่วนในรุ่นท็อป‘1.8V’เทคโนโลยีอัจฉริยะ T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตและการเดินทาง

เติมเต็มความสนุกให้ทุกการขับขี่ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Wi-Fi Box เพื่อผู้ขับขี่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ Smartphone, Apple Watch และหน้าจอวิทยุ ให้สอดคล้องกับรูปแบบในการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างแท้จริง T-Connect Telematics โดดเด่นด้วยความพร้อมและความชำนาญของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ตลอด 24 ชม.

สำหรับรุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ‘1.8 S’เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสุดพิเศษสำหรับลูกค้า โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่เด่นๆ ประกอบด้วย ชุดไฟหน้า Bi-Beam LED Projector (ปรับระดับแบบอัตโนมัติ) ปรับระดับสูง-ต่ำ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights

กล้องบันทึกภาพหน้ารถยนต์ เก็บภาพทุกความเคลื่อนไหว ช่วยให้มั่นใจทุกครั้งในการออกเดินทาง ช่วงล่างแบบสปอร์ต สนุก เร้าใจทุกสไตล์การขับ มั่นใจได้ในทุกสภาพถนน ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์หรู โฉบเฉี่ยวยามพุ่งทะยาน

ภายในเบาะหนังสีดำดุดัน หรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า ปรับระดับ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า ด้านคนขับ ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มาตรวัดเรืองแสง Optitron เทคโนโลยีล้ำหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต แสดงสถานะการทำงานของระบบต่างๆ อย่างเด่นชัด

หน้าจอระบบสัมผัสใหม่ขนาด 7 นิ้ว ครบครันความบันเทิงด้วยเครื่องเล่น DVD ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth กล้องมองหลัง แสดงภาพผ่านหน้าจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ถอยจอดอย่างปลอดภัยและแม่นยำ ระบบสตาร์ทและระบบเปิดประตูอัจฉริยะ ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุดมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยระบบ SRS 7 จุด

ส่วนรูปลักษณ์อย่างเห็นกันอยู่ว่าออกแบบได้โฉบเฉี่ยว เน้นความปราดเปรียวตามหลักอากาศพลศาสตร์ มิติตัวรถมีความกว้างมากขึ้นในขณะที่ความสูงถูกปรับลดต่ำลง รูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน กระจังหน้ากระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่เชื่อมต่อกันชนหน้าด้วยลายเส้นรูปตัว T ที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปลักษณ์สะท้อนความล้ำสมัย ลายเส้นรอบคันที่กลมกลืนและลงตัวจากหัวจรดท้าย

มือจับประตูด้านนอก แบบ Grip-type เสริมดีไซน์ด้วยแถบโครเมียม ไฟท้าย LED แบบ Surface illumination เห็นชัดเจนยามค่ำคืน ติดตั้งฟิน หรือครีบแหวกอากาศบริเวณฐานกระจกมองข้างและบริเวณไฟท้าย

เครื่องยนต์ 2ZR-FBE DUAL VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว 1.8 ลิตร พร้อมระบบ ACIS (Acoustic Control Induction System) ช่วยเพิ่มแรงบิดให้ดีขึ้น ในทุกระดับความเร็ว ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์ Super CVT-i 7สปีด แบบ Gate-type พร้อม Sequential Shift ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับพลังลงานสูงสุดถึง E85

ความปลอดภัยมีทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA พร้อมคานนิรภัย ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) ควบคุมและป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถล ทำให้รถเสียการทรงตัว ระบบความคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) ควบคุมรถให้ทรงตัวอย่างมั่นคง แม้ในทางโค้ง หรือบนถนนที่เปียกลื่น ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ฯลฯ

ราคาโตโยต้า อัลติส 1.8S อยู่ที่ 959,000 บาท

ส่วนรุ่นอื่นๆอีก 7 รุ่น เริ่มที่ 799,000 – 1,093,000 บาท

เปิดสเปค-ราคาTOYOTA C-HR มี 4 รุ่นย่อย เริ่มต้น 979,000 บาท

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยราคาจำหน่ายของซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นใหม่ TOYOTA C-HR (Coupe High Rider) โดยมีผลเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม ศกนี้

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ” TOYOTA C-HR นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของโตโยต้า ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนทำให้มียอดลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 3,000 คัน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,000 คัน บัดนี้บริษัทฯ พร้อมทำการประกาศราคาจำหน่ายรถรุ่นดังกล่าว โดยมั่นใจว่าราคาที่นำเสนอนั้นเป็นราคาที่คุ้มค่า และทุกท่านสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ นอกจากนั้นเรายังพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า ดังนี้

Custom Name Plate สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561

การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.

พิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

TOYOTA C-HR ได้รับการออกแบบเพื่อแสดงถึงในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของรถยนต์นั่งภายใต้แนวคิด “LIVE ALIVE…ออกไปใช้ชีวิต” ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชรซึ่งเต็มไปด้วยรายละเอียดที่โดดเด่นสะดุดตา อีกทั้งการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ สะท้อนถึงรูปแบบพื้นผิวของอัญมณีที่มีความประณีตในการเจียระไน นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่ อันได้แก่

New Generation of Hybrid – ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ได้รับการพัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น มีความทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร ด้วยการย้ายตำแหน่งของแบตเตอรี่ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น

โครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) – จากแนวคิดที่ท้าทายการพัฒนายนตรกรรมให้ดียิ่งกว่าของโตโยต้า (Ever-better Cars) นวัตกรรมโครงสร้างใหม่ TNGA ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ให้แข็งแกร่ง (Body rigidity) และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low center of gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง ทำให้สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ มีความโดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน (STABILITY)

คล่องตัวในทุกจังหวะการขับขี่ (AGILITY) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตา (VISIBILITY) นอกจากนี้ Toyota C-HR มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ที่นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนแล้วยังเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่อีกด้วย

Toyota Safety Sense ระบบความปลอดภัยใหม่ของรถโตโยต้ามาตรฐานระดับโลก ซึ่งรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance เป็นต้น

เลือกเป็นเจ้าของ TOYOTA C-HR 4 รุ่น 6 สี สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด (Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)

และ 3 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน (White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)

ราคา

1.8 Entry 979,000 บาท**

1.8 Mid 1,039,000 บาท**

HV Mid 1,069,000 บาท**

HV Hi 1,159,000 บาท**

(สำหรับสีพิเศษได้แก่ Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม 10,000 บาท สี White Pearl Crystal เพิ่ม 10,000 บาท)

พบกับยนตรกรรมใหม่ TOYOTA C-HR และ 4 เทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้ชีวิตของคุณไปได้ไกลกว่า ซึ่งจะยกขบวนไปพบกับลูกค้าโตโยต้าทั่วประเทศ

19 – 23 มกราคม 2561 เซ็นทรัล โคราช

7 – 11 กุมภาพันธ์ 2561 เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่

15 – 19 กุมภาพันธ์ 2561 เซ็นทรัล ภูเก็ต

23 – 27 กุมภาพันธ์ 2561 เซ็นทรัล ชลบุรี

7 – 11 มีนาคม 2561 เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ