D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ Toyota Vigo by Yai6000

D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ Toyota Vigo by Yai6000

Credit: http://pantip.com/topic/32618717

ในวันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีการดูแลรักษารถยนต์ด้วยตัวท่านเองแบบง่ายๆ อีกหนึ่งอย่าง นั้นก็คือ
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ซึ่งวิธีการไม่ยุ่งยากเลย เพียงแต่ท่านสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข ได้อย่างถูกต้อง
ท่านก็สามารถ ดูแลรถยนต์ของท่านเองเบื้องต้นได้แล้ว แล้วเงื่อนไขมันเป็นอย่างไรกันล่ะ ตามไปดูกัน

1. ก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ต้องรู้ก่อนว่ารถของท่าน ยี่ห้อไหน ? รุ่นปีไหน ? ใช้น้ำมันเกียร์ออโต้แบบไหน ?
ข้อมูลพวกนี้หาไม่ยาก ให้ลองทำการเปิดดูในคู่มือการใช้รถ ก็น่าจะมีบอกเอาไว้

2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ต้องใช้ให้ถูกต้องตามที่คู่มือระบุ หรือถ้าเป็นเบอร์เทียบเคียง ต้องตรวจสอบจนแน่ใจว่า
สามารถใช้แทนกันได้ หากคิดว่าไม่แน่ใจ แนะนำว่าอย่าเปลี่ยนเลยดีกว่า เพราะว่าถ้าใช้น้ำมันเกียร์ออโต้ผิดเบอร์ จะมี
ปัญหาต่อระบบเกียร์ออโต้ ในเวลาต่อมาแน่นอน

3. ถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ เอาออกมาเท่าไร ? ใส่กลับคืนเข้าไปตามจำนวนที่เอาออกมา เช่น เอาออก 4 ลิตร ก็ใส่กลับ 4 ลิตร
เพราะว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ในขั้นตอนปกติ เราจะถ่ายน้ำมันออกมาได้แค่ที่อยู่ในอ่างน้ำมันเกียร์ออโต้แค่นั้น
การเปลี่ยนถ่ายแบบนี้ สามารถถ่ายน้ำมันออกมาได้แค่ 1 ใน 3 ของระบบทั้งหมดที่มีอยู่

4. หลังจากที่ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้เสร็จแล้ว ต้องทำการตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์ออโต้อีกครั้งนึง เพื่อความมั่นใจ
ซึ่งในรถบางยี่ห้อบอกว่าให้ทำการติดเครื่องยนต์เดินเบา แล้วดึงไม้วัดขึ้นมาตรวจสอบ แต่…ในบางยี่ห้อ ก็ให้ทำการดับเครื่องยนต์
แล้วดูระดับน้ำมันเกียร์ออโต้ ที่จุดอ้างอิง ต้องอ่านดูในคู่มือให้แน่ใจว่า แบบไหนกันแน่

อ่านมาก็เยอะแหละ เริ่มจะปวดหัว ถ้างั้นมาดูรูปกันดีกว่า

1. นายแบบของเราในวันนี้ รถยนต์ รถยนต์ Toyota Vigo 2.5 และ 3.0 AT 4×2 เกียร์ออโต้ ขับสอง

2. ตำแหน่งของไม้วัดน้ำมันเกียร์ออโต้ จะอยู่ที่ด้านข้างของเครื่องยนต์ ดังรูป เดี๋ยวตอนที่เราทำการเติมน้ำมันเกียร์ออโต้
เราก็ต้องทำการเติมลงไปในรูที่เสียบไม้วัดน้ำมันเกียร์ออโต้

3. ดึงก้านไม้วัดน้ำมันเกียร์ออโต้ขึ้นมา ในรถบางยี่ห้อ จะมีข้อมูลระบุเอาไว้ว่าเกียร์ออโต้ ต้องใช้น้ำมันเกียร์แบบไหน
เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็ไปหาน้ำมันเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง ตามที่คู่มือรถระบุ


4. ทำการคลายน็อตถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ เบอร์ 14 แล้วหาภาชนะมารองรับน้ำมันเกียร์ออโต้ที่ไหลออกมา รอจนกระทั่ง
น้ำมันไหลออกมาจนหมด แล้วทำการปิดน็อตถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ในขั้นตอนนี้ แนะนำว่าควรที่จะต้องดึงก้านวัดน้ำมัน
เกียร์ออโต้ออก เพื่อให้น้ำมันเกียร์ไหลออกมาได้ง่ายมากขึ้น

หมายเหตุ : ในรถยนต์รุ่นนี้ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ในแนวระนาบแบบไม่ใช่แม่แรงยกเอียง น้ำมันเกียร์ออโต้จะออก
มาแค่ 3.5 ลิตร เท่านั้นเอง ถ้าอยากให้ออกมามากกว่านั้น ให้ใช้แม่แรงยกรถให้เอียง จะทำให้น้ำมันเกียร์ออโต้ออกมาได้ถึง
4 ลิตร แน่นอน เพราะว่าผมทำมาหลายคันแล้ว

5. ปริมาตรน้ำมันเกียร์ออโต้ที่ออกมา เราก็ใช้แกลลอนน้ำมันเครื่องมาตวงวัด ซ้ำอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าเอาออกมา 4 ลิตร

6. ก่อนที่จะทำการเติมน้ำมันเกียร์ออโต้ ตรวจสอบอีกครั้งว่า ได้ทำการหมุนน็อตถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้กลับคืนที่เดิมแล้ว
จากนั้นก็ค่อยๆ เท น้ำมันเกียร์ออโต้ลงไป อย่าเทเร็ว เดี๋ยวจะล้นหกเลอะเทอะ เสียของไปปล่าวๆ ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำ
เราเอาน้ำมันออกไป 4 ลิตร น้ำมันใหม่ที่เราซื้อมาเป็นแบบแกลลอน 4 ลิตร เราก็ทำการเทจนหมด แบบคว่ำแกลลอนเลย

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์

7. ก่อนที่จะทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ ต้องทำการเสียบไม้วัดน้ำมันเกียร์ออโต้กลับคืนที่เดิมก่อน หลังจากที่สตาร์ทรถแล้ว
ให้ทำการเหบียบเบรคค้างเอาไว้ และดึงเบรคมือ จากนั้นทำการเลื่อนเกียร์ออโต้ จาก P ลงไปเรื่อยๆ ที่ละตำแหน่งค้างเอาไว้
ตำแหน่งละ 5 วินาที เมื่อลงไปจนสุด ก็ค่อยๆ เลื่อนกลับขึ้นมาเหมือนเก่า จนมาค้างที่ตำแหน่ง P เหมือนเดิม

8. ทำการดึงไม้วัดระดับน้ำมันเกียร์ออโต้ขึ้นมาตรวจสอบ ถ้าเครื่องยนต์ร้อนแล้ว ให้ดูในช่วง HOT แต่ถ้าเป็นการสตาร์ทรถ
ในตอนเช้า เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ให้ดูในช่วง COOL หากพบว่าน้ำมันเกียร์ออโต้ มากหรือน้อยเกินไป ให้ทำการเอาออก
หรือเติม จนอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่ถ้าทำตามขั้นตอนข้างต้น ที่เอาออกเท่าไร ใส่คืนเท่าเดิม จะไม่ค่อยพบปัญหา

ข้อแนะนำ : การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ในการเปลี่ยนถ่ายครั้งแรกตามที่คู่มือแนะนำ มักจะพบว่าให้เปลี่ยนครั้งแรกที่
ระยะทาง 80,000 Km. หรือในรถบางยี่ห้อ บอกว่าไม่ต้องทำการเปลี่ยนถ่ายเลย น้ำมันเกียร์ออโต้ ควรเปลี่ยนถ่ายทุกๆ
40,000 Km. หรือไม่เกิน 3 ปี จะดีต่อรถของท่านเอง เพราะว่าเวลามีปัญหาเกียร์พัง หรือเกียร์สดุด ก็คงเป็นเจ้าของรถเอง
ที่จะต้องมาปวดหัว ” ต้องท่องให้ขึ้นใจ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ถูกกว่าซ่อมเกียร์ออโต้ ”

ข้อควรระวัง : หากท่านไม่มั่นใจว่า น้ำมันเกียร์ออโต้ที่รถท่านใช้เบอร์อะไร ควรหาข้อมูลให้แม่นจนมั่นใจ เพราะว่าถ้ามันพลาดไป
แล้วจะมานั่งเสียใจว่า รู้งี้ไม่น่าเลย เปิดคู่มือดูกันซักหน่อยก่อนที่จะทำอะไรลงไป

Save

เกียร์พัง เป็นกันเยอะเจ็บกันแยะ วิธียืดอายุการใช้งานเกียร์ออโต

thairath.co.th

เกียร์พัง เป็นกันเยอะเจ็บกันแยะ วิธียืดอายุการใช้งานเกียร์ออโต

การบำรุงรักษาดูแลการใช้งานเกียร์อัตโนมัติเพื่อลดค่าใช้จ่ายจะมีส่วนช่วยทำให้คุณประหยัดเงิน รถยนต์ยุคใหม่ในปัจจุบันมักใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ ซึ่งหลายบริษัทผู้ผลิตพยายามออกแบบมาให้มีความคงทนในระดับหนึ่ง แต่หากผู้ขับใช้งานไม่ถูกต้องหรือขาดการดูแลรักษาที่ดีพอ เกียร์ลูกนั้นก็จะลาจากกันเร็วกว่าปกติ
การใช้งานเกียร์ออโต
การใช้งานเกียร์ออโต

เมื่อก่อนมีบริษัทรถยนต์บางค่ายโชว์เหนือแจ้งลูกค้าว่าเกียร์อัตโนมัติที่ติดตั้งมาให้ใช้งานไม่ต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นการพูดที่ไม่จริง หากมีการรับประกันเมื่อเกียร์เกิดสึกหรอเสียหายโดยเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ให้ก็ดีไป ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีค่ายรถแบรนด์ไหนทำแบบนั้น เมื่อเกียร์เกิดเสียหายในระหว่างการรับประกันอายุการใช้งานและยังอยู่ในข้อสัญญาการรับประกันก็ดีไป แต่เจ้าของรถอาจต้องรอเคลมเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่กับศูนย์บริการโชว์รูมที่ออกรถนานหลายอาทิตย์หรือนานเป็นเดือนๆ จากการทำเอกสารที่ล่าช้าและการรออะไหล่ที่ยาวนานจนน่าเบื่อ

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้เกียร์ออโตต้องรับภารกรรมมากยิ่งขึ้น จากการที่ต้องวิ่งๆ หยุดๆ ไปตลอดทางเมื่อขับใช้งานในเมือง ทั้งยังต้องรับแรงบิดจากเครื่องยนต์สมัยใหม่ที่มีเรี่ยวแรงพละกำลังมาก มีแรงบิดมหาโหดส่งลงไปยังเพลาขับรวมถึงยังต้องทนรับสภาวการณ์ต่างๆ ของผู้ขับที่ใช้เกียร์ออโตไม่เป็นหรือไม่รู้จักทะนุถนอม

น้ำมันเกียร์ออโตเป็นของเหลวหล่อลื่นที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการใช้งานเกียร์อัตโนมัติ นอกเหนือไปจากนั้น วิธีการขับขี่ใช้งานเกียร์ออโตที่ถูกต้องซึ่งเคยเขียนถึงอยู่บ่อยๆ ก็ยังมีความสำคัญในการยืดอายุเกียร์ให้ยาวนานจนลืมขนาดรถผุพังไปแล้ว เกียร์ออโตก็ยังไม่ลาจากตามไปด้วย

 

ระยะเวลาในการเปลี่ยนของเหลวหรือน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ตามปกติแนะนำกันอยู่ที่ 20,000 กิโลเมตร หรือประมาณปีละหนึ่งครั้ง เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนเกือบจะทั้งปีทั้งชาติ มีหนาวจริงๆ จังๆ แค่เดือนเดียวเท่านั้น หรือบางที่ก็แค่สามวันอย่างในกรุงเทพฯ เป็นต้น นอกจากฤดูร้อนมากและร้อนตับแตกแล้ว ยังมีฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานนี้ ฝนตกทีไรเป็นต้องเจอกับน้ำท่วมขังทันที จากสภาพท่อระบายน้ำที่เล็กราวกับหลอดดูดกาแฟและปริมาณของฝนจากสภาวะโลกร้อนที่ตกหนักตกนานจนท่วมสาหัสกันไป

เมื่อต้องวิ่งฝ่าทั้งสภาพรถติดอย่างหนัก วิ่งๆ จอดๆ เดี๋ยวเบรกเดี๋ยวเร่ง เดี๋ยววิ่งฝ่าน้ำท่วมขังที่สูงยังกับการวิ่งอยู่ในคลองแสนแสบ ทำให้ความชื้นสามารถแทรกตัวเข้าไปในระบบเกียร์ ซึ่งมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวอยู่ไม่ใช่น้อยๆ จึงมีคำแนะนำให้เปลี่ยนถ่ายของเหลวพวกน้ำมันเกียร์กันให้เร็วกว่าปกตินั่นเอง ซึ่งระดับมาตรฐานตามเกณฑ์ในการที่จะทะนุถนอมยืดอายุการใช้งานเกียร์ก็อยู่ที่ 20,000 กิโลเมตร

เมื่อวิ่งฝ่าน้ำท่วม ความชื้นหรือน้ำอาจซึมผ่านซีลของเกียร์ในตำแหน่งที่ต่อเชื่อมกับเครื่องยนต์ ทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เมื่อต้องผจญกับสภาวะน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ บ่อยๆ ก็สมควรที่จะตรวจเช็กเกียร์ว่าซีลรอยต่ออยู่ในสภาพดีหรือไม่ รวมถึงตรวจหาตำแหน่งรอยรั่วของน้ำมันเกียร์ออโต หากเจอก็ควรจะซ่อมแซมให้ดีก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา ส่วนรถที่ใช้งานอยู่ตามต่างจังหวัดที่มีรถราน้อยและมีสภาพการจราจรโล่งโจ้งไม่ได้วิ่งๆ จอดๆ เหมือนในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ ระยะทางในการเปลี่ยนถ่ายของเหลวน้ำมันเกียร์อัตโนมัติยืดมาอยู่ที่ 3-40,000 กิโลเมตร หรือตามแต่เห็นสมควรแต่ไม่ควรนานเกินสองปีหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นขับถึง 40,000 กิโลเมตร ก่อนถึงระยะเวลาเปลี่ยนถ่ายตามเวลา ก็สามารถเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ได้เลยไม่ต้องรอ

น้ำมันเกียร์ออโตหรือเรียกน้ำมันเกียร์อัตโนมัติเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกระปุกเกียร์แบบอัตโนมัติ ประกอบด้วย น้ำมันล่อลื่นชนิดพิเศษ และสารเติมแต่งหลายชนิด อาทิ สารปรับสภาพความหนืด สารป้องกันการกัดกร่อน และการทำปฏิกิริยาของออกซิเจน สารต้านการเกิดฟอง สารเพิ่มแรงกด เป็นต้น

หน้าที่ของน้ำมันเกียร์
1. ถ่ายกำลังจากปั๊มไปยังกังหันในทอร์คคอนเวอร์เตอร์
2. ถ่ายพลังไฮโดรลิกไปควบคุมการทำงานของคลัตช์ และอุปกรณ์ภายในกระปุกเกียร์
3. ถ่ายเทความร้อนจากกระปุกเกียร์ออกสู่ภายนอก
4. หล่อลื่นแบริ่ง คลัตช์ เฟือง บุช และอุปกรณ์ส่วนอื่นๆ ภายในกระปุกเกียร์
5. ป้องกันการสึกกร่อนของโลหะภายในกระปุกเกียร์

คุณสมบัติน้ำมันเกียร์
1. ไม่ทำปฏิกิริยาหรือกัดกร่อนวัสดุในกระปุกเกียร์ เช่น โลหะ ยาง พลาสติกหรือวัสดุอื่นๆ
2. ไม่ติดไฟ ไม่เสื่อมสภาพ และทนต่อความร้อนได้สูง
3. ป้องกันการเกิดสนิม ป้องกันความชื้น อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดฟองตามมา
4. ไม่มีความหนืดมาก มีลักษณะใสที่อุณหภูมิต่ำ สามารถแทรกซึมผ่านวาล์วหรือช่องว่างต่างๆ ได้

 

ชนิดน้ำมันเกียร์ออโต
1. น้ำมันเดกซ์รอน II โดยจะลื่นมากกว่าน้ำมันเดกซ์รอน F ทำให้เมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์จะรู้สึกนิ่มมากกว่า

2. น้ำมันเดกซ์รอน F เหมาะสำหรับเกียร์อัตโนมัติที่มีระบบล็อกของทอร์คคอนเวอร์เตอร์เพื่อป้องกันการลื่นของคลัตช์ เป็นน้ำมันเกียร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพทางความฝืดสูง

ตัวอย่างน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

1. ATF Dexron II ใช้สำหรับเกียร์อัตโนมัติของรถยนต์ทั่วไป และใช้สำหรับเกียร์ผ่อนกำลัง
2. โดแนกซ์ TM ใช้สำหรับเกียร์อัตโนมัติ เกียร์ธรรมดา เกียร์รถบรรทุก เครื่องจักรหนัก
3. โดแนกซ์ TT ใช้สำหรับระบบเกียร์ไฮดรอลิกเฟืองท้าย และระบบ wet brak รถแทรกเตอร์ในการเกษตร
4. โดแนกซ์ TF ใช้สำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติรถยนต์ทั่วไป สำหรับประเภท Type F หรือ Type G
5. แทรกเซิล ใช้สำหรับระบบเกียร์ไฮดรอลิกเฟืองท้าย และระบบเบรกที่จุ่มในน้ำมัน สำหรับรถแทรกเตอร์การเกษตร

การตรวจน้ำมันเกียร์
เมื่อมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเครื่องจะต้องได้รับการตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์ และสภาพของน้ำมันเกียร์ทุกครั้ง
1. การตรวจระดับน้ำมันเกียร์
– การตรวจระดับน้ำมันเกียร์จะต้องตรวจในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานอยู่ โดยสตาร์ตเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที
– ปลดคันเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งจอด P และดึงเบรกมือให้รถจอดนิ่ง
– ทำความสะอาดรอบๆ บริเวณก้านวัด พร้อมดึงก้านวัดขึ้นมาเช็ดทำความสะอาด
– ทำการเสียบก้านวัดให้เข้าในระดับตำแหน่งเดิม
– ดึงก้านวัดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมสังเกตระดับน้ำมันเกียร์ที่เป็นรอยคราบของน้ำมันที่ก้านวัด
– ระดับก้านวัดจะมีรอยปิ่น 4 รอย คือ 2 รอยล่าง แสดงระดับขณะเครื่องเย็น และ 2 รอยบน ขณะเครื่องร้อนหรือเครื่องยนต์ทำงาน
– ระดับน้ำมันเกียร์ที่พอเหมาะจะต้องอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าขีดล่างของเครื่องร้อนหรือไม่ต่ำกว่าขีดที่ 3 นับจากล่างขึ้นบน
– หากระดับต่ำกว่าขีดที่ 3 แสดงว่าระดับน้ำมันเกียร์ไม่เพียงพอจะต้องเติมให้เต็มถึง รอยที่ 4 ระดับน้ำมันเกียร์ที่ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดการดูดอากาศเข้าห้องเกียร์ หากระดับสูงเกินไปจะสูบออกเพราะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเกียร์

2. การตรวจสภาพน้ำมันเกียร์

โดยปกติน้ำมันเกียร์ที่ยังไม่ได้ใช้งานจะมีสภาพสีเหลืองใสหรือสีออกแดงใส หากใช้งานไปนานๆ หรือมีสภาพของกระปุกเกียร์มีปัญหาจะทำให้น้ำมันเกียร์มีลักษณะสีน้ำตาลหรือสีดำข้น ซึ่งจะเปลี่ยนถ่ายใหม่น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพที่เกิดจากปัญหาของกระปุกเกียร์อาจเกิดจากหลายกรณี ได้แก่
– มีฝุ่นผงของแผ่นเบรกเบรนหรือแผ่นคลัตช์ผสม จนไหลเวียนไปตามส่วนต่างๆ ทำให้ระบบน้ำมันไฮโดรลิกอัดตัวแน่นกับเสื้อลิ้น เมื่อเข้าเกียร์จะทำให้เกิดเสียง
– การมีน้ำหล่อเย็นไหลเข้าห้องเกียร์จะทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ และเน่าเสียเร็ว ซึ่งสังเกตได้จากการแยกชั้นของน้ำกับน้ำมัน จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ใหม่ และทำความสะอาดกระปุกเกียร์ทั้งหมด.

ข้อมูลบางส่วนจาก
http://www.siamchemi.com
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

Save

Save

Save

Save

Save