แฮมิลตันแรงทะลุมิติคว้าแชมป์สนามประเทศฝรั่งเศส

แฮมิลตันแรงทะลุมิติคว้าแชมป์สนามประเทศฝรั่งเศส แฮมิลตันแรงทะลุมิติคว้าแชมป์สนามประเทศฝรั่งเศส ลูอิส แฮมิลตัน ยอดนักซิ่งชาวสหราชอาณาจักร เหยียบมิดไมล์เข้าเส้นชัยคว้าแชมป์รายการเฟร้นช์ กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้คะแนนรวมตอนนี้แซง เซบาสเตียน เวทเทล ยอดนักขับเลือดด๊อยท์ช ขึ้นแท่นผู้นำเรียบร้อย

               สรุปผลการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก สนามที่ 8 ของฤดูกาล 2018 รายการเฟร้นช์ กรังด์ปรีซ์ รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเซอร์กิต เดลาซาร์ต ในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

1. ลูอิส แฮมิลตัน (สหราชอาณาจักร, เมอร์เซเดส)            1:30:11.385 ชั่วโมง

2. แม็กซ์ เฟอร์สตัปเพ่น (เนเธอร์แลนด์, เร้ดบูลล์-แท็ก ฮอยเออร์)        ตามหลัง 7.090 วินาที

3. คิมี่ ไรโคเน่น (ฟินแลนด์, เฟอร์รารี่)                ตามหลัง 25.888 วินาที

4. แดเนียล ริคคิอาร์โด้ (ออสเตรเลีย, เร้ดบูลล์-แท็ก ฮอยเออร์)        ตามหลัง 34.736 วินาที

5. เซบาสเตียน เวทเทล (เยอรมนี, เฟอร์รารี่)                ตามหลัง 1:01.935 นาที

6. เควิน แม็กนุสเซ่น (เดนมาร์ก, ฮาส)                ตามหลัง 1:19.364 นาที

7. วัลต์เทรี่ บอตทาส (ฟินแลนด์, เมอร์เซเดส)                ตามหลัง 1:20.632 นาที

8. การ์ลอส ไซน์ซ จูเนียร์ (สเปน, เรโนลต์)                ตามหลัง 1:27.184 นาที

9. นิโก้ ฮูลเคนแบร์ก (เยอรมนี, เรโนลต์)                ตามหลัง 1:31.989 นาที

10. ชาร์ลส์ เลอเคลิร์ค (โมนาโก, เซาเบอร์-อัลฟ่าโรมิโอ)            ตามหลัง 1:33.873 นาที

    อันดับคะแนนนักขับ

1. ลูอิส แฮมิลตัน (สหราชอาณาจักร, เมอร์เซเดส)            145 คะแนน

2. เซบาสเตียน เวทเทล (เยอรมนี, เฟอร์รารี่)                131 คะแนน

3. แดเนียล ริคคิอาร์โด้ (ออสเตรเลีย, เร้ดบูลล์-แท็ก ฮอยเออร์)        96 คะแนน

4. วัลต์เทรี่ บอตทาส (ฟินแลนด์, เมอร์เซเดส)                92 คะแนน

5. คิมี่ ไรโคเน่น (ฟินแลนด์, เฟอร์รารี่)                83 คะแนน

6. แม็กซ์ เฟอร์สตัปเพ่น (เนเธอร์แลนด์, เร้ดบูลล์-แท็ก ฮอยเออร์)        68 คะแนน

7. นิโก้ ฮูลเคนแบร์ก (เยอรมนี, เรโนลต์)                34 คะแนน

8. เฟร์นานโด อลอนโซ่ (สเปน, แม็คลาเรน)                32 คะแนน

9. การ์ลอส ไซน์ซ จูเนียร์ (สเปน, เรโนลต์)                28 คะแนน

10. เควิน แม็กนุสเซ่น (เดนมาร์ก, ฮาส)                27 คะแนน

    อันดับคะแนนทีมผู้สร้าง

1. เมอร์เซเดส                        237  คะแนน

2. เฟอร์รารี่                            214   คะแนน

3. เร้ดบูลล์-แท็ก ฮอยเออร์                    164 คะแนน

4. เรโนลต์                            62 คะแนน

5. แม็คลาเรน                        40  คะแนน

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

ทดสอบ‘นิสสัน เทอร์รา’ กลางแดนภูเขาไฟ‘พินาตุโบ’ ประเทศฟิลิปปินส์

เงื้อง่ากันมานานพอสมควร กับการเปิดตัวรถปิกอัพดัดแปลง (พีพีวี) 7 ที่นั่ง ของค่ายนิสสัน เพราะจากข่าวที่แว่วมาว่าจะเห็นโฉมกันเมื่อปีที่แล้ว แต่เอาเข้าจริงเลยกำหนดคลอดมากโขอยู่ กระทั่งปีนี้ได้ฤกษ์เปิดตัว  พีพีวีรุ่นแรกสุดของค่ายนี้ ที่ เมืองคล๊าค ฟิลิปปินส์ เป็นที่แรก พร้อมเชิญนักข่าวของภูมิภาคนี้ทั้งหมดไปร่วมทดสอบในคราเดียวกัน

‘ข่าวสด ยานยนต์’ได้รับเทียบเชิญจาก‘ชยภัค ลายสุวรรณ’ผู้จัดการทั่วไปสายงานสื่อสารผลิตภัณฑ์ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ไม่รอช้าตอบรับในทันที แม้ดูตามตารางงานแล้ว จะได้ขับไม่มากสักเท่าไหร่ แถมยังเป็นพวงมาลัยซ้าย แต่ถือว่าเป็นกลุ่มแรกที่ได้ทดสอบ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล จากที่เปิดตัวเครื่องเบนซินไปก่อนแล้ว

ในงานเปิดตัวจำลองพื้นที่ว่างให้มีเนินเขาสูง ทางลาดเอียง เพื่อจะได้ภาพการขับโชว์สมรรถนะกันอย่างเต็มที่ เมื่อจอดสนิท พินิจพิเคราะห์ดูรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว แรกรู้สึกให้นึกถึงรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า ด้วยเพราะเป็นรถที่พัฒนาอยู่บนแพลทฟอร์มเดียวกัน แต่ปรับแต่งให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น กระจังหน้ารูปตัวยูขนาดใหญ่ สอดรับกับชุดไฟหน้า เส้นสายด้านข้างดูบึกบึนพร้อมที่จะลุยไปในทุกเส้นทาง ฝาท้ายขนาดใหญ่ ดีไซน์สอดรับกับชุดไฟท้าย ได้ใกล้เคียงรถเอสยูวีระดับหรู

รุ่งขึ้นนัดกันแต่เช้า เพื่อที่จะได้ทดสอบกันอย่างเต็มที่ ทั้งบนถนน และทางด่วน แต่ที่ถือเป็นไฮไลต์ต้องยกให้เส้นทางออฟโรดเข้าไปยัง‘พินาตุโบ’ ภูเขาไฟที่ปะทุใหญ่กันไปเมื่อปี 2534 และวันนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง

เริ่มแรก‘ข่าวสด ยานยนต์’เลือกเป็นผู้โดยสารโดยนั่งในแถวสอง หวังซึมซับอารมณ์กันให้เต็มที่ แต่ไม่ได้เข้าไปนั่งเบาะแถวสาม เพราะจากการทดลองขึ้นไปนั่งตอนรถจอดอยู่เฉยๆ รู้สึกถึงความอึดอัดอยู่พอสมควร เรียกว่าเหมาะกับเด็กๆ หรือพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระมากกว่า

บนถนนไฮเวย์ และทางด่วน การนั่งเป็นผู้โดยสารดูค่อนข้างน่าอภิรมย์อยู่ไม่น้อย ความนุ่มนวลมีพอประมาณ ไม่มีอาการเหวี่ยง กระเด้งกระดอนสักเท่าไหร่ แต่ก็น่ะถนนเมืองตากาล็อค ขนาดบนทางด่วนเค้าจำกัดสูงสุดไว้ที่ 100 กม./ชั่วโมง

 

หันหัวเข้าเส้นทางออฟโรด ปรับโหมดเป็น‘4H’ หรือขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง เพราะช่วงนี้ยังไม่โหดมากนัก บนถนนที่ไม่เรียบรับรู้ได้ถึงอาการสั่นขึ้นมาถึงสะโพก และต้นขา แต่กับการผ่านหลุมบ่อแรงกระแทกกลับน้อยกว่าที่คิด ด้วยเพราะช่วงล่างที่ให้ตัวได้ค่อนข้างดี

ได้คิวขึ้นเป็นผู้ทดสอบบ้างปรับโหมดการขับขี่เป็น‘4L’ หรือขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ เนื่องจากต้องขับผ่านอุปสรรคหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเนินสูงชัน ทางถนนกรวดทราย และหินรูปร่างแปลกตา อันเกิดจากตะกอนฝุ่นผงเถ้าถ่านของลาวา

ทีมงานนิสสัน ให้ขับลุยลงไปในธารน้ำ ที่ด้านล่างพื้นไม่เรียบเกิดจากการกัดเซาะของร่องน้ำ คราวแรกหยอดเบาๆ แต่ดูเหมือนไม่สะใจทีมงาน เร่งให้เพิ่มน้ำหนักเท้าที่แป้นคันเร่ง จนตัวรถทะยานน้ำกระจายเป็นระยะๆ ทีแรกกุมพวงมาลัยแน่นมือเพราะกลัวอาการเหินน้ำ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ตัวรถควบคุมง่ายดาย เบาใจคลายความเครียดไปได้มาก แถมได้ความสนุกยิ่งขึ้น มีบ้างที่ท้ายบานเมื่อลงร่องน้ำลึก แต่แค่หมุนพวงมาลัยปรับแก้เบาๆ ก็ผ่านฉลุย

สลับขึ้นทางกรวดทรายภูเขาไฟที่ทั้งนุ่มและลื่น หลบหลีกก้อนหินขนาดใหญ่ที่บางครั้งไม่สามารถหลบได้ ต้องขับฝ่าขึ้นไป แค่แตะคันเร่งเบาม้าหนุ่ม 190 ตัว ช่วยให้ตัวรถผ่านอุปสรรคต่างๆ อย่างสบายมือ

หันหัวกลับขับบนถนนไฮเวย์ และทางด่วน ทำความเร็วได้ไม่มาก แต่เท่าที่สัมผัสได้ถือว่าเป็นรถสูงใหญ่ที่มีความเสถียรของช่วงล่างอยู่พอสมควร

 

สิ้นสุดการทดสอบสำรวจภายในคร่าวๆ ด้วยเพราะเป็นสเปคของฟิลิปปินส์ อาจมีบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์นักเลงรถปิกอัพเมืองไทย แต่ที่มีแน่ๆ คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่อัดแน่น เพื่อให้เป็นนโยบายหลักของนิสสันที่มุ่งไปสู่การเป็น “นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้”

เพราะรถยนต์ในอนาคต จะไม่ใช่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะในการขนส่งอีกต่อไป

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ….รายงาน

 

จาก Mission E สู่ Taycan รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าจาก Porsche

สตุ๊ตการ์ท การปรากฏตัวของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตได้ก้าวหน้ามาอีกขั้น นี่คือรถสปอร์ตขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของ Porsche โดยมีกำหนดการเผยโฉมในช่วงต้นปีหน้า (2019) ในระหว่างการจัดเตรียมงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ยนตรกรรมไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ คันนี้ได้รับการขนานนามอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Porsche Mission E ถูกใช้เป็นชื่อเรียกเมื่อกล่าวถึงรถสปอร์ตพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของ Porsche และนับจากนี้เป็นต้นไปจะถูกเรียกขานใหม่ในชื่อ Taycan ซึ่งมีความหมายในเบื้องต้นว่า อาชาหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความคึกคะนอง สะท้อนให้เห็นภาพของม้าศึกที่เป็นตราสัญลักษณ์ของ Porsche ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1952

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของ Porsche มาพร้อมด้วยพละกำลังและอรรถประโยชน์ นี่คือยานพาหนะที่มีศักยภาพในการขับขี่ คำกล่าวข้างต้นคือคำอธิบายของ Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร Porsche AG และนอกจากชื่อของรถสปอร์ตดังกล่าวที่เป็นตัวแทนของการเริ่มต้นยุคแห่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตของ Porsche แล้ว ชื่อนี้ยังมีนัยสำคัญถึงการประกาศวาระแห่งการเฉลิมฉลอง ในฐานะส่วนหนึ่งของกิจกรรม “70 years of Sport cars”

เครื่องยนต์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง 2 ตัว แบบ Permanently Excited Synchronous Motors (PSM) เมื่อทำงานร่วมกัน สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้มากกว่า 600 แรงม้า หรือมากถึง 440 กิโลวัตต์ ส่งผลให้รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันนี้มีอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 3.5 วินาที และพุ่งทะยานสู่ความเร็วสูงสุดถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 12 วินาที ด้วยสมรรถนะระดับซุปเปอร์คาร์ เกิดขึ้นโดยข้อได้เปรียบของการถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ต่อเนื่อง เป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า การเร่งออกตัวอย่างฉับไวเกิดจากประสิทธิภาพการทำงานของส่วนประกอบ ซึ่งปราศจากการสูญเสียใดๆ ในระบบโดยสิ้นเชิง รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันนี้มีระยะทำการไกลขึ้นต่อการชาร์จไฟจนเต็ม โดยสามารถเดินทางไกลมากกว่า 500 กิโลเมตร ตามมาตรฐานของ NEDC

Taycan ชื่อนี้มีที่มา
สำหรับ Porsche ชื่อของรถยนต์ทุกคันล้วนมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์หลักในการถือกำเนิดประกอบกับเอกลักษณ์ประจำรุ่น:

Boxster มีความหมายมาจากการผสมผสานระหว่างขุมพลังเครื่องยนต์สูบนอนบ็อกเซอร์ (boxer engine) และงานออกแบบดีไซน์รูปทรงของรถยนต์สไตล์โรดสเตอร์ (roadster design)

Cayenne สื่อถึงความร้อนแรงคล้ายพริกที่เผ็ดร้อน

Cayman แสดงออกถึงความคล่องแคล่วและปราดเปรียว

Panamera คือตัวแทนของยนตรกรรมที่เหนือล้ำยิ่งกว่าบรรทัดฐานทั่วไปของรถยนต์แกรนด์ทัวริ่งซึ่งเชื่อมโยงไปถึงชัยชนะที่ Porsche ได้รับจากรายการแข่งขันทางไกลสุดทรหด Carrara Panamericana

Macan ซึ่งเป็นคำในภาษาอินโดนีเซียที่หมายความถึง เสือ ซึ่งหมายถึงความสุขุม ทรงพลัง มีเสน่ห์น่าหลงใหล และเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง

Porsche ขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว เพื่อรองรับอนาคต 

Porsche ตัดสินใจครั้งสำคัญในการลงทุนด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในอนาคตตามแผนกลยุทธ์การพัฒนาภายในปี 2022 บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับแนวหน้าของโลกแห่งนี้จะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นมากกว่า 6,000 ล้านยูโรสำหรับการสร้างสรรค์ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3,000 ล้านยูโรนั้น ส่วนหนึ่งราว 500 ล้านยูโรจะถูกนำไปใช้สำหรับโครงการพัฒนา Porsche Taycan รวมถึงรุ่นอื่นๆ ภายใต้อนุกรมเดียวกัน ส่วนเงินก้อนใหญ่ประมาณ 1,000 ล้านยูโรจะถูกใช้เป็นงบประมาณในการเสริมศักยภาพด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและระบบไฮบริดในรถยนต์รุ่นปัจจุบัน และอีกหลายร้อยล้านยูโรสำหรับค่าใช้จ่ายในการขยายโรงงานผลิต ส่วน 700 ล้านยูโรจะถูกใช้เพื่อการค้นคว้านวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของระบบชาร์จพลังงาน รวมไปถึงระบบยานยนต์อัจฉริยะ

การเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมและการขยายฐานการผลิต ณ Zuffenhausen
ศูนย์บริการสีและตัวถังแห่งใหม่ในสำนักงานใหญ่ที่ Zuffenhausen ได้รับการจัดสรรพื้นที่พร้อมสายการผลิตส่วนหนึ่ง สำหรับ Porsche Taycan โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ในการเคลื่อนย้ายตัวถังรถยนต์ที่ผ่านการทำสีและชิ้นส่วนของระบบขับเคลื่อนไปยังส่วนงานประกอบขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง ทางด้านของโรงงานการผลิตเครื่องยนต์ปัจจุบันนั้นกำลังได้รับการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าส่วนงานผลิตตัวถังจะต้องได้รับการพิจารณาปรับปรุงเช่นเดียวกัน แผนการใช้จ่ายงบประมาณที่วางไว้ยังเกี่ยวเนื่องไปถึงบทบาทหน้าที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนา Weissach Development Centre อีกด้วย สำหรับสายการผลิตปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้นได้มากถึง 1,200 ตำแหน่ง เฉพาะที่ Zuffenhausen

กิจกรรมสุดพิเศษ ร่วมเฉลิมฉลองวาระ 70 years of the Porsche sports car
บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกสัญชาติเยอรมันแห่งนี้ กำลังอยู่ในบรรยากาศของการฉลองวาระครบรอบการก่อตั้งองค์กร ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นหลากหลายรูปแบบและต่อเนื่องตลอดปี 2018 สำหรับช่วงสุดสัปดาห์ที่ 16-17 มิถุนายนนี้ Porsche ได้เชิญพนักงาน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และกลุ่มลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบในยนตรกรรม Porsche ร่วมงานฉลองซึ่งจัดขึ้นภายใน และโดยรอบโรงงานที่สตุ๊ตการ์ท พร้อมกิจกรรมสนุกสนานที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ เช่น การเยี่ยมชมโรงงาน การแสดงดนตรี คาราวาน food trucks และที่สำคัญยังร่วมรับชมและเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศสุดยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดสดรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับตำนาน Le Mans 24 ชั่วโมง และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดสำคัญระหว่าง ทีมชาติเยอรมันและทีมชาติเม็กซิโก.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053

โตโยต้า อัลติส รุ่นย่อยใหม่‘1.8 S’ เฉียบคม-หรูหรา

หลังออกมาวาดลวดลายบนถนนเมืองไทยมาพักใหญ่‘โตโยต้า อัลติส’ เก๋งยอดนิยมทั้งรถบ้านและรถสาธารณะ เนื่องจากรูปทรงออกแบบได้โดนใจ ดูสปอร์ตมากขึ้นกว่ารุ่นเก่า และเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โตโยต้า จึงเพิ่มทางเลือกใหม่ คือ‘1.8 S’ เป็นรุ่นแรกระหว่าง‘ESPORT’และ‘ESPORT OPTION’ ส่วนในรุ่นท็อป‘1.8V’เทคโนโลยีอัจฉริยะ T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตและการเดินทาง

เติมเต็มความสนุกให้ทุกการขับขี่ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Wi-Fi Box เพื่อผู้ขับขี่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ Smartphone, Apple Watch และหน้าจอวิทยุ ให้สอดคล้องกับรูปแบบในการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างแท้จริง T-Connect Telematics โดดเด่นด้วยความพร้อมและความชำนาญของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ตลอด 24 ชม.

สำหรับรุ่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ‘1.8 S’เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสุดพิเศษสำหรับลูกค้า โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่เด่นๆ ประกอบด้วย ชุดไฟหน้า Bi-Beam LED Projector (ปรับระดับแบบอัตโนมัติ) ปรับระดับสูง-ต่ำ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights

กล้องบันทึกภาพหน้ารถยนต์ เก็บภาพทุกความเคลื่อนไหว ช่วยให้มั่นใจทุกครั้งในการออกเดินทาง ช่วงล่างแบบสปอร์ต สนุก เร้าใจทุกสไตล์การขับ มั่นใจได้ในทุกสภาพถนน ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์หรู โฉบเฉี่ยวยามพุ่งทะยาน

ภายในเบาะหนังสีดำดุดัน หรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า ปรับระดับ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า ด้านคนขับ ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มาตรวัดเรืองแสง Optitron เทคโนโลยีล้ำหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต แสดงสถานะการทำงานของระบบต่างๆ อย่างเด่นชัด

หน้าจอระบบสัมผัสใหม่ขนาด 7 นิ้ว ครบครันความบันเทิงด้วยเครื่องเล่น DVD ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth กล้องมองหลัง แสดงภาพผ่านหน้าจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ถอยจอดอย่างปลอดภัยและแม่นยำ ระบบสตาร์ทและระบบเปิดประตูอัจฉริยะ ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุดมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยระบบ SRS 7 จุด

ส่วนรูปลักษณ์อย่างเห็นกันอยู่ว่าออกแบบได้โฉบเฉี่ยว เน้นความปราดเปรียวตามหลักอากาศพลศาสตร์ มิติตัวรถมีความกว้างมากขึ้นในขณะที่ความสูงถูกปรับลดต่ำลง รูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตรอบคัน กระจังหน้ากระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่เชื่อมต่อกันชนหน้าด้วยลายเส้นรูปตัว T ที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปลักษณ์สะท้อนความล้ำสมัย ลายเส้นรอบคันที่กลมกลืนและลงตัวจากหัวจรดท้าย

มือจับประตูด้านนอก แบบ Grip-type เสริมดีไซน์ด้วยแถบโครเมียม ไฟท้าย LED แบบ Surface illumination เห็นชัดเจนยามค่ำคืน ติดตั้งฟิน หรือครีบแหวกอากาศบริเวณฐานกระจกมองข้างและบริเวณไฟท้าย

เครื่องยนต์ 2ZR-FBE DUAL VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว 1.8 ลิตร พร้อมระบบ ACIS (Acoustic Control Induction System) ช่วยเพิ่มแรงบิดให้ดีขึ้น ในทุกระดับความเร็ว ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์ Super CVT-i 7สปีด แบบ Gate-type พร้อม Sequential Shift ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับพลังลงานสูงสุดถึง E85

ความปลอดภัยมีทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA พร้อมคานนิรภัย ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) ควบคุมและป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถล ทำให้รถเสียการทรงตัว ระบบความคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) ควบคุมรถให้ทรงตัวอย่างมั่นคง แม้ในทางโค้ง หรือบนถนนที่เปียกลื่น ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ฯลฯ

ราคาโตโยต้า อัลติส 1.8S อยู่ที่ 959,000 บาท

ส่วนรุ่นอื่นๆอีก 7 รุ่น เริ่มที่ 799,000 – 1,093,000 บาท

ขับแล้วซวย ขับแล้วเฮง! ทำนายสีรถคนเกิดวันอังคาร

ห่างหายไปนาน ลืมไปเลยติดค้างอะไรกันไว้ เมื่อน้องในออฟฟิศมาสอบถาม คาร์มิ ว่า พี่สีรถประจำวันเกิดหนูได้รึยัง? เท่านั้นแหละ…จัดไปค่ะ สีรถประจำวันเกิด สีรถคนเกิดวันอังคาร

เราไปดูเรื่องรถของคนเกิดวันอังคารพร้อมๆ กัน

ตามตำราว่าไว้ สีรถที่คนเกิดวันอังคารควรเลือกใช้ หรือที่เราเรียกว่าเป็นสีรถที่ถูกโฉลกของคนเกิดวันอังคาร มีดังต่อไปนี้

– รถสีดำ สีทึบ ม่วงเข้ม น้ำตาลเข้ม 

ช่วยเสริมสง่าราศี คนขับจะมากด้วยอำนาจ อิทธิพล และมีคนนบนอบยำเกรง

– รถสีเขียว 

ช่วยเสริมเรื่องอายุ ความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุต่างๆ คือจะแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง 

– รถสีชมพู สีโอลด์โรส 

ช่วยเสริมดวงด้านบริวาร บารมี ให้ประสบความสำเร็จเรื่องหน้าที่การงาน และมีคนคอยช่วยเหลือในการดำเนินชีวิต

– รถสีบรอนซ์เทาเข้ม ดำสลัว

ช่วยเสริมดวงการเงิน เรื่องทรัพย์สินเงินทอง ไหลมาเทมา



– รถสีแสด ส้ม ทอง เหลืองเข้ม


ช่วยเสริมเรื่องศรี สิริมงคล โชคลาภต่างๆ

– รถสีน้ำเงิน สีฟ้า


ช่วยเสริมดวงอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ทำให้สะดวกราบรื่นในทุกๆ เรื่อง

– รถสีแดง แดงสด


ช่วยเสริมดวงเรื่องเมตตา ขับแล้วมีเสน่ห์ ผู้ใหญ่สนับสนุน

ข้อห้ามเกี่ยวกับรถของคนเกิดวันอังคาร

1. รถสีขาว บรอนซ์เงิน เหลืองอ่อน ครีม นี่คือ สีกาลกิณี คนเกิดวันอังคารห้ามออกรถสีนี้เด็ดขาด เพราะสีนี้คือ ความโชคร้าย ความอัปมงคล ความเป็นเสนียดจัญไร ศัตรูคู่แข่ง และอุปสรรคในการดำเนินชีวิต

2. ตัวเลขต้องห้าม และไม่ควรมีในทะเบียนรถ ได้แก่ เลข 1 และ 2

3. คนเกิดวันอังคาร ห้ามให้ทะเบียนรถมีอักษรดังต่อไปนี้ ก ข ค ฆ ง เพราะถือว่าเป็นอักษรกาลกิณี

4. คนเกิดวันอังคาร ไม่สมควรแก่การทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด รวมไปถึงวันอาทิตย์ด้วย เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิดนั่นเอง

เสร็จสิ้นเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถของคนเกิดวันอังคาร ไว้วันหน้า คาร์มิ จะมาแนะนำเรื่อง สีรถของคนเกิดวันพุธในครั้งถัดไป รอติดตามกันได้ ที่นี่.

สยอง!รถตีลังการะหว่างแข่ง

สยอง!รถตีลังการะหว่างแข่ง สยอง!รถตีลังการะหว่างแข่ง เกิดเรื่องน่าตกใจในการแข่ง เวิลด์ เอ็นดูแรนซ์ แชมเปี้ยนชิพส์ หลังจากรถของ มาเตวอส อิซาคยาน ตีลังกาถึง 2 ตลบ เดชะบุญที่เขาไม่ได้เจ็บหนักอะไร

    มาเตวอส อิซาคยาน นักแข่งรถรายหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุรถตีลังการะหว่างการแข่งขัน เวิลด์ เอ็นดูแรนซ์ แชมเปี้ยนชิพส์ ในสนาม สปา-ฟร็องกอร์แชมป์ส ที่ประเทศเบลเยียม

    ในตอนแรก อิซาคยาน ซิ่งมาตามปกติแต่พอเข้าโค้งแล้วเขากลับควบคุมรถไม่อยู่ โดยรถของเขาไม่ได้ตีลังกาแค่รอบเดียว แต่ตีลังกาถึงสองรอบด้วยกัน ทำเอาหลายคนตกใจกันสุดๆ

    หลังจากตีลังกาแล้วนั้น รถของ อิซาคยาน ก็พุ่งเข้าไปชนกับราวกั้นข้างทางจนทำให้รถมีสภาพเละสุดๆ อย่างไรก็ตาม นักซิ่งชาวรัสเซียสามารถออกมาจากรถได้เอง และไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอะไร

Cr. Youtube

 

เรื่องของมุมล้อ

มุมล้อและแนวทางการปรับตั้งระบบรองรับของรถยนต์แต่ละคันจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการใช้งานแตกต่างกันออกไป มุมของช่วงล่างที่ปรับตั้งมาจากโรงงานอาจไม่ถูกใจนักขับบางคน เนื่องจากต้องการประสิทธิภาพการยึดเกาะที่มากขึ้น แม้จะเปลี่ยนล้อและยางให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแต่ช่วงล่างที่ไม่ได้ปรับตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการจะมีค่ากลางๆ ที่ไม่ตรงกับความต้องการของนักขับ

ผู้ผลิตรถยนต์ทุกบริษัทเสียเงินเสียเวลาไปมากกับการปรับตั้งค่าของช่วงล่าง กว่าจะทำให้รถมีการยึดเกาะที่ตรงกับความต้องการก็ต้องทดสอบกันจนเปื่อย ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณหามุมล้อที่มีเสถียรภาพ ค่าสึกหรอของยาง รวมถึงสมรรถนะสูงสุดขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

การปรับเปลี่ยนมุมล้อควรทำแบบเป็นขั้นเป็นตอนโดยคำนึงถึงสภาพการใช้งานจริงไม่งั้นมีหวังนั่งเด้งไปตลอดทาง ช่วงล่างที่ถูกปรับให้มีการยึดเกาะดีกว่าเดิมมักจะตามมาด้วยอาการกระด้าง มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของรถ การปรับตั้งช่วงล่างจากโรงงานด้วยค่าตัวเลขที่ครอบคลุมการใช้งานของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่นักซิ่ง แต่คนที่ชอบขับเร็วชอบรถเกาะถนนจะต้องเตรียมใจเผื่อไว้

เมื่อปรับจนรถทรงตัวดีขึ้นคุณภาพของการซับแรงสั่นสะเทือนจะแย่ลง หรือปรับให้รถเข้าโค้งได้เร็วขึ้นแต่การทรงตัวบนทางตรงกลับแย่ลงการปรับตั้งช่วงล่างเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและะเสียเวลา เมื่อปรับจุดแรกให้ดีขึ้นแต่อีกจุดกลับแย่ลงจากผลกระทบที่ทำให้ต้องตามไปปรับแก้กันวุ่นวาย แต่ถ้าทำแล้วรถวิ่งดีขึ้นเกาะถนนมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่สมควรจะทำสำหรับคนที่ชอบขับเร็ว

มุม Camber
หมายถึงมุมหรือองศาของล้อที่เอียงหรือเบนออกจากแนวดิ่งแคมเบอร์ 0 เป็นตำแหน่งที่ทำให้ล้อตั้งฉากกับถนนมากที่สุด มุมแคมเบอร์บวกคือจุดสูงสุดของล้อที่ทำมุมผายออกจากรถ ส่วนมุมแคมเบอร์ลบหมายถึงส่วนบนสุดของล้อทำมุมหุบเข้าไปในรถ แคมเบอร์เป็นบวกทำให้การยึดเกาะถนนย่ำแย่ลงแต่จะดีเมื่อขับเข้าโค้ง แคมเบอร์ที่เป็นลบจะทำให้ยางล้อฝั่งนอกสัมผัสกับถนนได้เต็มที่ ส่วนยางฝั่งในจะสัมผัสกับถนนได้ไม่ดีนัก มุมที่เป็นลบมากๆ เพิ่มการสึกหรอของยางฝั่งใน ลดแรงฉุดลากทางตรง ลดอัตราเร่งและระยะของการเบรก

โดยเฉพาะการขับทางตรงมากกว่าการขับเข้าโค้ง ข้อดีของแคมเบอร์ที่เป็นลบเฉพาะแค่ตอนขับเข้าโค้งเท่านั้น การปรับตั้งมุมแคมเบอร์ให้เป็นลบควรปรับตั้งน้อยๆ ไม่แบะจนล้อด้านบนหุบเข้าไปที่ตัวถังมากๆ แบบที่เด็กวัยรุ่นชอบแต่ง เพราะการปรับมุมแคมเบอร์ให้เป็นลบมากๆ จะทำให้รถวิ่งบนทางตรงได้แย่มาก มุมแคมเบอร์ ทำหน้าที่ต้านการเอียงข้างของรถขณะขับขี่ในทางโค้ง ลดรัศมีหมุนเลี้ยวลง เพื่อให้หมุนพวงมาลัยได้เบา ทำให้ไม่เกิดการคลอนตัวลูกปืนล้อที่ระยะฟรี และลดอาการล้อลื่น

มุม Caster
มุมแคสเตอร์ช่วยให้ล้อหน้าคืนกลับสู่ตำแหน่งตั้งตรงหลังเลี้ยว คือมุมการวางตำแหน่งล้อ เมื่อมองจากด้านข้างตัวรถ เข้าไปหาตัวรถ มุมแคสเตอร์ จะเป็นมุมของแกนหมุนเลี้ยว ที่เอียงจากแนวดิ่งไปตามแนวยาวของรถ เมื่อแกนหมุนเลี้ยวส่วนบน เอียงไปทางด้านหลังรถ มุมแคสเตอร์จะมีค่าเป็นบวก (Positive) ในทางตรงข้าม ถ้าแกนหมุนเลี้ยวส่วนบน เอียงไปทางด้านหน้ารถ มุมแคสเตอร์ จะมีค่าเป็นลบ (Negative) มุมแคสเตอร์ ทำหน้าที่ทรงทิศทางด้วยตัวเอง เพื่อให้พวงมาลัยหมุนคืนกลับตำแหน่งทางตรงได้เอง หลังจากมีการเลี้ยว 

มุม Toe-in
คือระยะหน้ายางเอียงเข้าหากัน ตามทิศทางหน้ารถ (เมื่อมองจากด้านบน ลงสู่พื้นถนน) โทอิน จะมีค่าเป็นบวก เมื่อระยะห่างของยางด้านหน้า น้อยกว่าระยะห่างของยางด้านหลัง และโทอิน จะมีค่าเป็นลบ เมื่อระยะห่างของยางด้านหน้ามากกว่าระยะห่างของยางด้านหลังโทอินจะทำไม่ให้ล้อสั่น จากความต้านทางกลิ้ง ลดระยะหลวมของลูกหมากคันส่ง และทำให้ล้อรถ เคลื่อนที่ขนานไปอย่างคงที่

มุม Toe-out
คือผลต่างของมุมเลี้ยวล้อหน้า ที่อยู่ด้านนอกวงเลี้ยว และด้านในวงเลี้ยว หรือรัศมีการเลี้ยวนั่นเอง มุมโทเอาต์ จะทำให้ล้อหมุนเลี้ยวได้อย่างราบรื่น ทำให้จุดศูนย์กลางการหมุนเลี้ยว แต่ละล้อร่วมกัน ป้องกันการสึกหรอของยาง และอาการเสียงดังขณะเลี้ยวได้ระดับหนึ่ง

หากช่วงล่างปรับตั้งมุมโท-อิน มากกว่าปรกติ ไหล่ยางด้านนอกจะสึกไม่เรียบและสึกเร็วกว่าปรกติ

ในทางตรงกันข้าม หากรถมีการปรับตั้งให้มุมโท-เอาต์มากเกินไป ไหล่ยางด้านในจะสึกไม่เรียบและสึกเร็วกว่าปกติ

การปรับตั้งช่วงล่างเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีผลกับการทรงตัว การเลี้ยว หรือการเบรก และความรู้สึกของพวงมาลัย ควรให้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญทำการปรับตั้งด้วยเครื่องมือเฉพาะ ค่าเดิมๆ จากโรงงานอาจเหมาะสมกับการขับปกติ แต่ถ้าต้องการการยึดเกาะหรือการเข้าโค้งที่เฉียบคมมากยิ่งขึ้นก็ต้องลงมือลงแรงและลงเงินกันมากพอสมควร ทำช่วงล่างไปแล้วก็ต้องทำเบรกให้ดีขึ้นด้วย ช่วงล่างแบบเดิมในรถยนต์บางรุ่นโดยเฉพาะรถเยอรมันสำหรับบางคนอาจคิดว่านุ่นไป

แต่บางคนกลับคิดว่าพอดิบพอดีที่สุดแล้วการปรับตั้งช่วงล่างจึงขึ้นอยู่กับความรู้สึกและความชอบของนักขับแต่ละท่าน หรือไม่ปรับตั้งเลยแล้วขับใช้งานแบบเดิมๆ ก็มีอยู่เยอะมาก ช่วงล่างแบบนุ่มหนึบนั้นเซตยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนช่วงล่างที่ให้ค่าการยึดเกาะระดับเดียวกับรถแข่งรับรองว่าแม่ยายขึ้นมานั่งมีหวังด่ากันเปิงครับ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

"เต้" ภูริต ภิรมย์ภักดี และ "แบงค์" กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีม สิงห์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิง

"เต้" ภูริต ภิรมย์ภักดี และ "แบงค์" กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีม สิงห์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิง "เต้" ภูริต ภิรมย์ภักดี และ "แบงค์" กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีม สิงห์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิง “เต้” ภูริต ภิรมย์ภักดี และ “แบงค์” กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีม สิงห์ แพลน-บี บาย แอบโซลูท เรซซิง ควบออดี้ อาร์ 8 แอลเอ็มเอส จีที 3 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย “จีที เอเชีย ซีรีส์ 2018” เรซที่สอง ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

หลังโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นในเรซแรกด้วยการเข้าอันดับสาม พอเข้าเรซสองเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา "เต้" ภูริต ภิรมย์ภักดี และ "แบงค์" กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีมสิงห์ แพลน-บี บาย แอบโซลูท เรซซิ่ง ยังโชว์ผลงานดีอย่างต่อเนื่อง หลังออกสตาร์ทในอันดับที่สามและจบเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์จีที เอเชีย ซีรีส์ มาครองสำเร็จ ในการแข่งขันที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระยะ 5.543 กม.

"เต้" ภูริต ภิรมย์ภักดี และ "แบงค์" กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีม สิงห์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิง

รถออดี้ อาร์ 8 แอลเอ็มเอส จีที 3 หมายเลข 59 ของทีมสิงห์ แพลน-บี บาย แอบโซลูท เรซซิ่ง เกาะอยู่ในหัวแถวตั้งแต่ช่วงต้น กระทั่งหลังเข้าพิทเปลี่ยนตัวนักขับ ออกมามีโอกาสแซงขึ้นไปนำเป็นครั้งแรกและไม่ปล่อยโอกาสให้รถคันอื่นอีกเลย ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งหลังการแข่งขันผ่านไปหนึ่งชั่วโมง โดยขับไปทั้งหมด 26 รอบของสนาม ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง 20.875 วินาที ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดในรอบที่ 14 ของการแข่งขันด้วยสถิติ 2 นาที 5.973 วินาที

"เต้" ภูริต ภิรมย์ภักดี และ "แบงค์" กันตศักดิ์ กุศิริ สองนักขับของทีม สิงห์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคว้าแชมป์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิง

ส่วนอันดับสองเป็น วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ กันตธีร์ กุศิริ ของทีมเอสท์ โคลา บาย เอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต แชมป์เรซแรก ที่ขับเบนท์ลีย์ คอนตอเนนทัล จีที 3 หมายเลข 18 ตามหลังเข้ามา 5.857 วินาที และอันดับสาม วินเซนต์ ฟลอเรียนโด และ อัดเดอร์ลีย์ ฟง สองนักขับชาวฮ่องกงในรถออดี้ อาร์ 8 หมายเลข 55 ของทีมอีเอ็น สปอร์ต บาย แอบโซลูท เรซซิง

‘อีตั้น’ขนทัพรถนำเข้า-มือสองโชว์กลางห้างดัง เซ็นทรัล อีสต์วิลล์

อีตั้น กรุ๊ป ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัว พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานมากว่า 24 ปี บริหารงานโดยนายพีรศุษม์ ตันติยันกุล ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และนางอัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด จัดแคมเปญลดราคาคลายร้อน‘อีตั้น บิ๊กเดย์ ฮอทไพรส์’(Big Day Hot Price)เชื่อมั่นสร้างยอดขายได้ตามคาดหมายตะลุยออกโรดโชว์ห้างชั้นนำ ณ บริเวณลานโปรโมชั่นชั้น 1 เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ รามอินทรา ระหว่างวันที่ 3-9 เมษายน 2561 นี้

อีตั้น กรุ๊ป ยกขบวนรถยนต์ทุกรุ่นลดราคาพิเศษคลายร้อนให้คุณได้เลือกช็อปแบบ เย็นใจ สบายกระเป๋า ออกโรดโชว์ห้างดัง จองรถยนต์ช่วงนี้ให้คุณเลือกรับฟรี บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 5 ปี หรือ 100,000กม. หรือประกันภัยชั้น1 และพิเศษสุดสำหรับ อัลพาร์ด / เวลไฟร์ ทุกรุ่นจองช่วงนี้ อีตั้น กรุ๊ป รับประกันตัวรถยนต์ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตรอีกด้วย

โดยรถที่นำมาร่วมแคมเปญนี้จะมีให้เลือกครบทุกรูปแบบการใช้งาน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวใหญ่ที่ชอบห้องโดยสารที่มีความโอ่โถงสะดวกสบาย เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ใช้งานในการโดยสารรวมถึงเทคโนโลยีในการขับขี่ที่ปลอดภัย ในแคมเปญนี้ อีตั้น กรุ๊ป ให้จับจองเป็นเจ้าของในราคาพิเศษสุดจริงๆเริ่มต้นด้วยเวลไฟร์ เอ็กซ์ ราคาเพียง 2.88 ล้านบาท (เหลือ 2 คันสุดท้าย)

ในปีนี้ อีตั้น กรุ๊ป ขอแนะนำให้พบกับรถยนต์เอนกประสงค์ นิวอัลพาร์ด (Alphard) / เวลไฟร์ 2018 ( เวลไฟร์ ) ใหม่ล่าสุด รถยนต์อเนกประสงค์อันเป็นที่รอคอย อีตั้น กรุ๊ป นำเข้ามาให้ท่านเลือกจับจองเป็นเจ้าของมากมายกว่า 10 รุ่นแล้วแต่ออปชั่นเพิ่มเติมที่ลูกค้าต้องการด้วยราคาเริ่มต้น 3.3 ล้านบาท

งานนี้จะได้พบกับรถยนต์มือสอง รถใช้แล้วคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจาก อีตั้น ชอยส์ (ETON CHOICE ) รับประกันโดย อีตั้น กรุ๊ป พร้อมรับแลกรถในราคาพิเศษ อาทิ Mercedws Benz C 180 ปี 2013 หรือรถเอนกประสงค์ Mecedes Benz Vito สีดำ ปี 2012 อัลพาร์ด ไฮบริด ปี 2008 มินิ คูเปอร์ ปี 2009 เป็นต้น

พร้อมมอบความมั่นใน 3 บริการพิเศษ

มั่นใจด้วยการรับประกันสินค้านาน 3 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร

ฟรี! บริการตรวจเช็คสภาพรถจากช่างผู้ชำนาญการก่อนทำการส่งมอบ

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพ และนำเข้าถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

รายละเอียดและชมสินค้าได้ที่ อีตั้น กรุ๊ป ทั้ง 4 สาขา สำนักงานใหญ่ศรีนครินทร์ / สาขารัชดา /สาขาเชียงใหม่ และสาขาขอนแก่นโทร. 02 -789-9998 และwww.ETON-import.com

‘อีตั้น บิ๊กเดย์ ฮอตไพรซ์’ หั่นราคารถนำเข้า

พร้อมกับงานมอเตอร์โชว์ ที่เมืองทองธานี บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ และศูนย์บริการมาตรฐานมากว่า 23 ปีตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่อาจไม่สะดวกไปงาน หรือลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด จึงจัดงาน‘อีตั้น บิ๊กเดย์ ฮอตไพรซ์’(ETON BIG DAY HOT PRICE) มาหั่นราคาและโปรโมั่นยั่วใจสุดๆ

อัจฉรีย์ ตันติยันกุล

โดยนางอัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท กรุ๊ป กล่าวว่างาน‘อีตั้น บิ๊กเดย์ ฮอตไพรซ์’ จัดที่โชว์รูมอีตั้นทั้ง 4 สาขา มีที่ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ และศูนย์บริการใหญ่ของเรา สวาขารัชดา ต่างจังหวัดมีที่อีตั้น ขอนแก่น และอีตั้น เชียงใหม่ นอกจากนี้โรดโชว์ไปที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลอิสต์วิลล์ ด้วย เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 10 เม.ย.นี้

รถหลักๆ เรานำมาจำหน่ายทั้งหมด หลักๆ คงเป็นอัลฟาร์ด และเวลไฟร์ ที่เพิ่งไมเนอร์เชนจ์ไป รถเอ็มพีวี ขนาดกลางเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เช่น นิว เซเรน่า, นิว เอสไควร์, แฮริเออร์ นอกจากนี้มีว๊อกซี่ เลกซัส อาร์เอ็กซ์ รวมถึงรถใช้แล้วคุณภาพพรีเมี่ยมจาก อีตั้น ชอยส์ ได้แก่โฟล์คสวาเกน ทรานสปอร์ตเตอร์ ปี 2011 เวลไฟร์ แซดจี ปี2015 เป็นต้น หรือหากใครสนใจรถปี 2017 เรายังพอมีเหลืออยู่บ้าง เช่นอัลฟาร์ด และเวลไฟร์ ราคาเริ่มต้น 2.88 ล้านบาท หรือเลกซัส เอ็นเอ็กซ์ รุ่นเก่า ถูกกว่าตัวไมเนอร์เชนจ์ถึง 1 ล้านบาท ส่วนรุ่นอื่นๆนำมาลดราคาสูงสุด 6-7 แสนบาท และแคมเปญพิเศษ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร

“อัลฟาร์ด และเวลไฟร์ ที่เป็นรถธงของเรา มีรุ่นย่อยให้เลือกนับสิบรุ่น แม้แต่รุ่นพิเศษอย่าง‘อัลฟาร์ด เวลแคป’ สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เดินไม่ค่อยถนัด เพราะมีที่นั่งพิเศษเก้าอี้รีโมต เลื่อนลงจากรถแล้วเข็นที่นั่งไปได้เลย เวลากลับมาก็สามารถยกที่นั่นกลับขึ้นไปจุดเดิมได้เพิ่มความสะดวกมากขึ้น ซี่งเรานำเข้ามาจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ราคาจะแพงกว่าตัวปกติประมาณ 3 แสนบาท แต่หากนำรถรุ่นธรรมดาไปทำที่นั่งแบบนี้เองก็ประมาณ 2 แสนกว่าบาทแล้ว” นางอัจฉรีย์ กล่าว

ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บอกอีกว่าสำหรับอีตั้น นอกจากนำเข้ารถยนต์ที่หลากหลายแล้ว ยังมีศูนย์บริการครบวงจรได้มาตรฐาน โดยในกรุงเทพฯจะรวมไว้ที่สาขาศรีนครินทร์ มี 30 ช่องซ่อม รองรับรถได้กว่า 500-600 คัน/เดือน ส่วนต่างจังหวัดก็มีศูนย์ซ่อมเฉพาะแต่ละศูนย์เช่นกัน ซึ่งอีตั้นมีเครื่องมือและคอมพิวเตอร์เฉพาะของรถทุกรุ่นที่เรานำเข้ามาจำหน่าย รวมทั้งสต็อกอะไหล่ด้วย รวมถึงเปิดกว้างสำหรับลูกค้าทั่วไปเนื่องจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำเข้าปิดไปค่อนข้างมาก ทำให้ลูกค้าบางส่วนไม่มีศูนย์บริการ จึงตัดสินใจช่วยดูแล แต่ลูกค้าของอีตั้นจะได้สิทธิ์มากกว่าเช่นมีส่วนลด หรือได้สิทธิ์การจองก่อน

นอกจากนี้ยังมี‘อีตั้น ชอยส์’ ศูนย์รถใช้แล้วคุณภาพพรีเมี่ยม ซึ่งการเริ่มทำรถใช้แล้วเริ่มจากลูกค้ามาซื้อรถใหม่จึงนำรถเก่ามาขาย แล้วเราก็นำมาตรวจสอบ ปรับปรุงแล้วทำเป็นรถใช้แล้วจำหน่าย ซึ่งมีทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ ซึ่งรถทุกคันจะมีประวัติการบำรุงรักษาอย่างชัดเจน ตอนนี้ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ลูกค้าสนใจมากขึ้น เพราะบางคันเป็นรถนำเข้าแต่ราคาจำหน่ายแค่ล้านต้นๆ ทำมา 3 ปี ถึงว่ามียบอดเติบโตที่ดีมาก ลูกค้าที่ซื้อก็สบายใจเพราะได้รถมาตรฐาน และมีศูนยบ์บริการรองรับด้วย