‘โตโยต้า’ประกาศความสำเร็จรถยนต์โครงการ‘ไอเอ็มวี’ (IMV) ส่งออกครบ 3 ล้านคัน

นายอุตตม สาวนายน รม.อุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายมิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น / กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายฮิโรกิ นาคาจิม่า เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และนายชิโระ ซาโดชิม่า เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในงาน‘การประกาศความสำเร็จ ยอดการส่งออกรถยนต์ในโครงการไอเอ็มวี (IMV) ครบ 3 ล้านคัน’ และเริ่มการส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ สู่ประเทศญี่ปุ่น ที่โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

โครงการไอเอ็มวี (IMV – Innovative International Multi-purpose Vehicle) เริ่มประกาศดำเนินโครงการครั้งแรกในปี พ.ศ.2545 โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ในโครงการไอเอ็มวี ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท โดยผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน รถยนต์อเนกประสงค์(ฟอร์จูนเนอร์ และอินโนว่า) เครื่องยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าภายในประเทศและส่งออกจำหน่ายไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก

รถกระบะไฮลักซ์ในโครงการไอเอ็มวีได้เริ่มต้นผลิตและจำหน่าย รวมถึงการส่งออกสู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 ภายใต้ชื่อ “ไฮลักซ์ วีโก้” มาจนถึงปี พ.ศ. 2558 จึงได้ส่งออกรถกระบะในโครงการไอเอ็มวี เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้ชื่อ “ไฮลักซ์ รีโว่” ทั้งนี้ รถกระบะในโครงการไอเอ็มวีผลิตจากโรงงานโตโยต้าสำโรงและขยายสู่โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ โดยปัจจุบันทั้ง 2 โรงงาน มีกำลังการผลิตรวมกันสูงสุดถึง 450,000 คัน ต่อปี

มิจิโนบุ ซึงาตะ

นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่ทำให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้รับการยกระดับเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักที่สำคัญของรถกระบะขนาด 1 ตัน ในกลุ่มบริษัทโตโยต้า ด้วยยอดผลิตที่สูงถึงร้อยละ 60 ของยอดการผลิตทั่วโลก ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 3,000,000 คัน แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในการผลิตรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริงของคนไทย

จากความสำเร็จของการส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ในโครงการไอเอ็มวีไปสู่ตลาดต่างประเทศทั่วโลก ในวันนี้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมขยายความสำเร็จไปสู่การส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีมาตรฐานสูงในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้นำเข้าไปจำหน่ายภายในประเทศ นับเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ทำให้เห็นถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลกของรถกระบะไฮลักซ์ที่ผลิตจากประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

นายมิจิโนบุ กล่าวว่าจากการที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นทุ่มเทฝีมือและความปราณีตในการผลิตรถกระบะไฮลักซ์ ตลอดจนใส่ใจในทุกรายละเอียดของการควบคุมตรวจสอบคุณภาพ ทำให้ในที่สุดเราสามารถส่งออกรถกระบะไฮลักซ์ไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากทั้งผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและลูกค้าชาวญี่ปุ่นหลังจากที่ไฮลักซ์ห่างหายไปจากตลาดประเทศญี่ปุ่นถึง 13 ปี

ด้านนายอุตตม กล่าวว่าขอชื่นชม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่เชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์โตโยต้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จนทำให้ตลอดเวลา 55 ปี ที่บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจการมา สามารถก้าวเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคการส่งออกให้เกิดการขยายตัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ก่อให้เกิดการจ้างงาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้แก่บุคลากรชาวไทย และที่สำคัญได้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ IMV จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“อีกหนึ่งโอกาสที่ผมขอชื่นชม คือการที่ โตโยต้า ประเทศไทย สามารถส่งรถกระบะกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ของโลก นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง อันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ มาตรฐาน คุณภาพของสินค้าไทย รวมไปถึงการผลิตและทักษะฝีมือของช่างชาวไทย ที่พัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของประเทศเจ้าของเทคโนโลยีได้ในที่สุด ทั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย อันเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาประเทศ เหล่านี้จะเป็นการต่อยอดเพื่อสนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญ 1 ใน 10 ของโลกในอนาคตอันใกล้ ตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ในอดีต”รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th

Leave a Reply