‘เอ็มจี แซดเอส’ คมเข้ม..จัดเต็ม!

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทริปทดลองขับรถเอสยูวีรุ่นใหม่ เอ็มจี แซดเอส ที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิก ที่ให้ความหรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้นพร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถด้วยระบบ “ไอสมาร์ท” ที่สามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลก และสำหรับรถ “แซดเอส” ที่เอ็มจีจัดมาให้ได้ทดลองขับกันในครั้งนี้เป็นรุ่นเอ็กซ์ ตัวท็อปค่าตัว 789,000 บาท ในเรื่องของรูปลักษณ์เมื่อเทียบกับเอสยูวีรุ่นพี่อย่างรุ่น “จีเอส” แล้วจะเห็นได้ว่า “แซดเอส” มีกระจังหน้าขนาดใหญ่กว่ามาก การออกแบบลายของกระจังหน้าดูหรูหราแบบเดียวกับรถจากเกาะอังกฤษหลาย ๆ ค่าย โคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์และมีไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ (ที่คล้ายกับมาสด้า ซีเอ็กซ์-3) กันชนหน้า/หลังมีไฟตัดหมอกพร้อมแผ่นกันกระแทกติดไว้โดยรอบทั้งที่ชายล่างใต้แนวประตูข้าง บังโคลนล้อ ยาวไปจนถึงใต้แนวกันชนหลัง ราวยึดสัมภาระบนหลังคามีใช้เฉพาะรุ่นเอ็กซ์ เช่นเดียวกับซันรูฟแบบพาโนรามาที่มีขนาดใหญ่ถึง 90% ของพื้นที่หลังคาฝาท้ายเป็นแบบเปิดขึ้นด้านบน โดยที่เปิดฝาท้ายซ้อนอยู่ตรงโลโก้ “เอ็มจี” อย่างแนบเนียน ไฟท้ายเป็นแอลอีดีรูปทรงสวย (อันนี้ก็คล้ายซีเอ็กซ์-3) พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่สปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ต ส่วนล้ออัลลอยติดรถขนาด 17 นิ้ว กับยางขนาด 215/50R17

การเล่นสีแบบทูโทนภายในห้องโดยสารใช้แนวคิดที่ดีมาก เพราะนอกจากทำให้ตัวรถดูโดดเด่นสะดุดตาแล้ว การตกแต่งในจุดอื่น ๆ ด้วยคิ้วโครเมียมและลายคาร์บอนไฟเบอร์ก็ยิ่งช่วยทำให้ภายในห้องโดยสารมีความหรูหรายิ่งขึ้น สำหรับพื้นที่ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวาง การเข้าออกง่าย ส่วนวัสดุที่ใช้หุ้มเบาะเป็นหนังเทียม เบาะคู่หน้ามีขนาดใหญ่และอยู่ในตำแหน่งที่สูงจึงนั่งได้สบายและมีมุมมองทัศนวิสัยโดยรอบดี การปรับท่านั่งเป็นแบบกลไกและเฉพาะเบาะด้านคนขับปรับสูงต่ำได้  สำหรับเบาะหลังก็มีพื้นที่วางขากว้างตัวอุโมงค์กลางเตี้ยถ้านั่ง 2 คนสบายดี หากนั่ง 3 คนเบียด ๆ กันหน่อย พนักพิงหลังสามารถพับลงได้แบบ 60/40 เมื่อต้องการพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ที่พื้นห้องเก็บสัมภาระหลังสามารถปรับความสูงได้ 2 ระดับที่ต่างกันประมาณ 20 ซม. ถ้าปรับไว้สูงสุดก็จะให้ความสะดวกในการยกของเข้าออก แต่ถ้าไว้ต่ำสุดช่วยให้บรรทุกของที่มีความสูงได้ง่ายขึ้น จุดเด่นอีกอย่างของจีเอส ก็คือระบบ “ไอ สมาร์ท” ที่ผู้ขับรถสามารถเลือกสั่งการทำงานระบบต่าง ๆ ของรถได้ถึง 3 วิธี คือ การสั่งงานด้วยเสียงเป็นภาษาไทย การสั่งการผ่านหน้าจอทัช สกรีนขนาด 8 นิ้วบนคอนโซลกลาง และสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือ อาทิ การควบคุมระบบเปิด/ปิดซันรูฟ, ระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, โทรออกและรับสาย, ระบบนำทาง, ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์, เปิดระบบปรับอากาศ, ระบบล็อก-ปลดล็อกประตู, ระบบค้นหารถ รวมถึงระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และเตือนความผิดปกติต่าง ๆ ของของรถยนต์

ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยรวม ๆ ก็ทำได้ดีพอตัว คือมีอัตราเร่งออกตัวและการเร่งแซงที่ต้องให้คำว่าขึ้นได้เรื่อย ๆ  สำหรับช่วงความเร็วที่ขับแล้วรู้สึกน่าพอใจอยู่ที่ความเร็ว 80-120 กม./ชม. หลังจากนี้อัตราเร่งเป็นแบบไหล ๆ จนไปสุดอยู่ที่ประมาณ 160 กม./ชม.  อัตราการกินน้ำมันอี20 วิ่งทางไกลความเร็วนิ่ง ๆ ช่วง 90-100 กม./ชม. เฉลี่ย 12 กม./ลิตร สำหรับการทำงานของพวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังดีและตอบสนองได้เฉียบคม ระบบช่วงล่างออกแนวนิ่มนวลนั่งสบายให้การทรงตัวมั่นคงดีทั้งทางตรงและทางโค้ง แต่ก็แอบมีอาการดีดตัวแรงบ้างเวลาขึ้นลงคอสะพานเร็ว ๆ โดยรวมแล้วแม้ว่าเรื่องพละกำลังจะยังไม่ใช่จุดเด่นของ “เอ็มจี แซดเอส” แต่ถ้าเป็นเรื่องราคากับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ติดรถมาให้นั้นพูดได้เต็มปากว่าคันนี้จัดเต็ม. 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

Leave a Reply