สกว.สร้างเครือข่ายพัฒนาโจทย์วิจัยขนส่งทางอากาศ

รศ. ดร.พงศ์พันธ์   แก้วตาทิพย์   ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางอากาศเป็นการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณน้อยแต่มูลค่ามาก ทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆซึ่งมีความอ่อนไหวต่อเงื่อนเวลา เช่น อุตสาหกรรมอาหารและยา อุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกระบวนการดำเนินงาน และมาตรฐานที่สูงกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น  ๆ    สำนักประสานงานชุดโครงการอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ สกว.จึงได้จัดให้มีการสัมมนา “แนวทางการขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) ในระดับภูมิภาค” ขึ้น  เพื่อรับทราบสถานภาพด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ รวมถึงสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการและนักวิจัยผู้มีความเชี่ยวชาญ   เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาโจทย์วิจัยด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศต่อไป

ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศนั้น   รศ. ดร.พงศ์พันธ์ระบุว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตสูงเป็น 2 เท่าของอัตราการเติบโตในปัจจุบัน หรือประมาณร้อยละ 4.2 ในช่วงปี 2015-2035 จากร้อยละ 2.0 ต่อปีในช่วงปี 2005-2015 หรือช่วงฟื้นตัวหลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008  ซึ่งหากพิจารณาอัตราการเติบโตตามภูมิภาคจะพบว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงสุดร้อยละ 5.4 สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตร้อยละ 4.4 ต่อปี จากปี 2015-2016และครองส่วนแบ่งตลาดโลกสูงสุดร้อยละ 37 โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศ 43.4 ล้านเมตริกตันในปี 2015

ส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 22จาก 30 อันดับสูงสุดทั่วโลก มีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศ 1.23 ล้านเมตริกตัน และหากพิจารณาเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่าไทยอยู่ในอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ ซึ่งมีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศ  1.88 ล้านเมตริกตันต่อปี แสดงให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งในระดับภูมิภาคในอนาคต

 ขณะที่แนวทางการขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศในระดับภูมิภาค เมื่อพิจารณาถึงความต้องการในการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศไทย   พบว่ายังมีสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ต่ำเพียงร้อยละ  0.02 ของรูปแบบการขนส่งสินค้าภายในประเทศ และร้อยละ 0.3 ของรูปแบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในปี2013ประกอบกับการส่งออกของประเทศไทยส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 71.1 อยู่นอกอาเซียน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการขยายส่วนแบ่งการขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คาดการณ์ว่าหากสามารถเพิ่มแผนงานขนส่งทางอากาศเพียงร้อยละ 1 จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้าของประเทศได้มากถึงร้อยละ 6.3

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ จำต้องอาศัยกลไกการพัฒนาในหลายมิติและมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพอันได้แก่ การประยุกต์ใช้คลังข้อมูลระบบคลาวด์อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) บิ๊กดาต้าเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และระบบการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล (Cargo-XML) เป็นต้น

“การสัมมนาในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคฺที่จะนำไปสู่การกำหนดประเด็นวิจัยในการสนับสนุนทุนวิจัยของชุดโครงการอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ สกว. ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางในระดับภูมิภาคต่อไป” ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. กล่าวสรุป
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

Leave a Reply