ทดสอบ‘นิสสัน เทอร์รา’ กลางแดนภูเขาไฟ‘พินาตุโบ’ ประเทศฟิลิปปินส์

เงื้อง่ากันมานานพอสมควร กับการเปิดตัวรถปิกอัพดัดแปลง (พีพีวี) 7 ที่นั่ง ของค่ายนิสสัน เพราะจากข่าวที่แว่วมาว่าจะเห็นโฉมกันเมื่อปีที่แล้ว แต่เอาเข้าจริงเลยกำหนดคลอดมากโขอยู่ กระทั่งปีนี้ได้ฤกษ์เปิดตัว  พีพีวีรุ่นแรกสุดของค่ายนี้ ที่ เมืองคล๊าค ฟิลิปปินส์ เป็นที่แรก พร้อมเชิญนักข่าวของภูมิภาคนี้ทั้งหมดไปร่วมทดสอบในคราเดียวกัน

‘ข่าวสด ยานยนต์’ได้รับเทียบเชิญจาก‘ชยภัค ลายสุวรรณ’ผู้จัดการทั่วไปสายงานสื่อสารผลิตภัณฑ์ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ไม่รอช้าตอบรับในทันที แม้ดูตามตารางงานแล้ว จะได้ขับไม่มากสักเท่าไหร่ แถมยังเป็นพวงมาลัยซ้าย แต่ถือว่าเป็นกลุ่มแรกที่ได้ทดสอบ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล จากที่เปิดตัวเครื่องเบนซินไปก่อนแล้ว

ในงานเปิดตัวจำลองพื้นที่ว่างให้มีเนินเขาสูง ทางลาดเอียง เพื่อจะได้ภาพการขับโชว์สมรรถนะกันอย่างเต็มที่ เมื่อจอดสนิท พินิจพิเคราะห์ดูรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว แรกรู้สึกให้นึกถึงรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า ด้วยเพราะเป็นรถที่พัฒนาอยู่บนแพลทฟอร์มเดียวกัน แต่ปรับแต่งให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น กระจังหน้ารูปตัวยูขนาดใหญ่ สอดรับกับชุดไฟหน้า เส้นสายด้านข้างดูบึกบึนพร้อมที่จะลุยไปในทุกเส้นทาง ฝาท้ายขนาดใหญ่ ดีไซน์สอดรับกับชุดไฟท้าย ได้ใกล้เคียงรถเอสยูวีระดับหรู

รุ่งขึ้นนัดกันแต่เช้า เพื่อที่จะได้ทดสอบกันอย่างเต็มที่ ทั้งบนถนน และทางด่วน แต่ที่ถือเป็นไฮไลต์ต้องยกให้เส้นทางออฟโรดเข้าไปยัง‘พินาตุโบ’ ภูเขาไฟที่ปะทุใหญ่กันไปเมื่อปี 2534 และวันนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง

เริ่มแรก‘ข่าวสด ยานยนต์’เลือกเป็นผู้โดยสารโดยนั่งในแถวสอง หวังซึมซับอารมณ์กันให้เต็มที่ แต่ไม่ได้เข้าไปนั่งเบาะแถวสาม เพราะจากการทดลองขึ้นไปนั่งตอนรถจอดอยู่เฉยๆ รู้สึกถึงความอึดอัดอยู่พอสมควร เรียกว่าเหมาะกับเด็กๆ หรือพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระมากกว่า

บนถนนไฮเวย์ และทางด่วน การนั่งเป็นผู้โดยสารดูค่อนข้างน่าอภิรมย์อยู่ไม่น้อย ความนุ่มนวลมีพอประมาณ ไม่มีอาการเหวี่ยง กระเด้งกระดอนสักเท่าไหร่ แต่ก็น่ะถนนเมืองตากาล็อค ขนาดบนทางด่วนเค้าจำกัดสูงสุดไว้ที่ 100 กม./ชั่วโมง

 

หันหัวเข้าเส้นทางออฟโรด ปรับโหมดเป็น‘4H’ หรือขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง เพราะช่วงนี้ยังไม่โหดมากนัก บนถนนที่ไม่เรียบรับรู้ได้ถึงอาการสั่นขึ้นมาถึงสะโพก และต้นขา แต่กับการผ่านหลุมบ่อแรงกระแทกกลับน้อยกว่าที่คิด ด้วยเพราะช่วงล่างที่ให้ตัวได้ค่อนข้างดี

ได้คิวขึ้นเป็นผู้ทดสอบบ้างปรับโหมดการขับขี่เป็น‘4L’ หรือขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ เนื่องจากต้องขับผ่านอุปสรรคหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเนินสูงชัน ทางถนนกรวดทราย และหินรูปร่างแปลกตา อันเกิดจากตะกอนฝุ่นผงเถ้าถ่านของลาวา

ทีมงานนิสสัน ให้ขับลุยลงไปในธารน้ำ ที่ด้านล่างพื้นไม่เรียบเกิดจากการกัดเซาะของร่องน้ำ คราวแรกหยอดเบาๆ แต่ดูเหมือนไม่สะใจทีมงาน เร่งให้เพิ่มน้ำหนักเท้าที่แป้นคันเร่ง จนตัวรถทะยานน้ำกระจายเป็นระยะๆ ทีแรกกุมพวงมาลัยแน่นมือเพราะกลัวอาการเหินน้ำ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ตัวรถควบคุมง่ายดาย เบาใจคลายความเครียดไปได้มาก แถมได้ความสนุกยิ่งขึ้น มีบ้างที่ท้ายบานเมื่อลงร่องน้ำลึก แต่แค่หมุนพวงมาลัยปรับแก้เบาๆ ก็ผ่านฉลุย

สลับขึ้นทางกรวดทรายภูเขาไฟที่ทั้งนุ่มและลื่น หลบหลีกก้อนหินขนาดใหญ่ที่บางครั้งไม่สามารถหลบได้ ต้องขับฝ่าขึ้นไป แค่แตะคันเร่งเบาม้าหนุ่ม 190 ตัว ช่วยให้ตัวรถผ่านอุปสรรคต่างๆ อย่างสบายมือ

หันหัวกลับขับบนถนนไฮเวย์ และทางด่วน ทำความเร็วได้ไม่มาก แต่เท่าที่สัมผัสได้ถือว่าเป็นรถสูงใหญ่ที่มีความเสถียรของช่วงล่างอยู่พอสมควร

 

สิ้นสุดการทดสอบสำรวจภายในคร่าวๆ ด้วยเพราะเป็นสเปคของฟิลิปปินส์ อาจมีบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์นักเลงรถปิกอัพเมืองไทย แต่ที่มีแน่ๆ คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่อัดแน่น เพื่อให้เป็นนโยบายหลักของนิสสันที่มุ่งไปสู่การเป็น “นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้”

เพราะรถยนต์ในอนาคต จะไม่ใช่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะในการขนส่งอีกต่อไป

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ….รายงาน

 

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th

Leave a Reply